top of page

Gay Frères เจ้าแห่งสายนาฬิกาในศตวรรษที่ 20

เมื่อนึกถึงความงดงามของนาฬิกาข้อมือ หลายท่านคงจดจ้องความสวยงามของตัวเรือน และองค์ประกอบของหน้าปัด แต่ส่วนที่จะถูกมองข้ามไปไม่ได้เลยคือสายนาฬิกา ซึ่งนับเป็น Accessory ที่ทั้งตอบสนองการใช้งาน เพื่อความงดงาม และยังอาจจะยกระดับให้กับนาฬิกาทั้งเรือน ไม่ต่างจากการเปรียบเทียบเป็น ‘รูปร่างและหน้าตา’ แต่มันจะยิ่งน่าสนใจกว่านั้น หากว่าสายนาฬิกาบนข้อมือของคุณ ถูกออกแบบโดยเจ้าแห่งสายนาฬิกาข้อมือสวิสในศตวรรษที่ 20 อย่าง Gay Frères (เกย์ แฟรส์) วันนี้เราจะทำความรู้จักกับผลงานของ Gay Frères ที่สร้างชื่อให้กับนาฬิกาแบรนด์ดังระดับโลกมากมาย


จุดกำเนิด Gay Frères

Gay Frères ได้ถือกำเนิดขึ้นในปี 1835 ณ กรุงเจนีวา สวิสเซอแลนด์ โดย Jean-Pierre Gay และ Gaspard Tissot ถึงแม้ว่าทั้งสองไม่ใช่พี่น้องกันแต่อย่างใด แต่แบรนด์ Gay Frères ก็ได้ถูกสืบสานมาอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงปี 1970 กิจการได้ถูกดูแลโดยสองพี่น้อง Jacques-Hubert และ Jean-Francois Gay ซึ่งเป็นทายาทของ Jean-Pierre Gay


Gay Frères ถูกขนานนามว่าเป็นผู้ผลิตสายข้อมือที่สำคัญที่สุดในวงการนาฬิกา หากเราย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้นช่วงปี 1960 ถึง 1970 ชื่อเดิมของบริษัทมีชื่อว่า “Chainiste” ซึ่งเป็นภาษาฝรั่งเศสที่มีความหมายว่า “Chain Maker” หรือคนทำสายโซ่นาฬิกาพก เนื่องจากสินค้าหลักของทางแบรนด์คือสายโซ่สำหรับนาฬิกาพกในยุคก่อน และเครื่องประดับทั่วไป เช่น สร้อยข้อมือและสร้อยคอ เป็นต้น แต่ละชิ้นงานได้ถูกรังสรรค์ขึ้นด้วยเทคนิคมากมายอย่างการเคลือบ การจัดวางอัญมณีและการใช้วัสดุอย่างงาช้างและไม้ตะโก (ไม้แข็งสีดำ) ที่โดดเด่นของทางแบรนด์จนเป็นที่นิยมเป็นอย่างมากในช่วงกลางศตวรรษที่ 20 โดยเฉพาะชิ้นงานที่มีความซับซ้อน ถือว่าเป็นเครื่องหมายการค้าที่เป็นเอกลักษณ์สำคัญที่สุดของทางแบรนด์


ด้วยความชำนาญในงานฝีมือ Gay Frères ได้ถูกไว้วางใจให้เป็นผู้ผลิตแก่แบรนด์หรูฝั่งเมืองผู้ดีฝรั่งเศสที่สาวๆน่าจะคุ้นเคยกันดีอย่าง Van Cleef & Arpels, Hermes และ Cartier มากไปกว่านั้น Gay Frères ก็ยังได้ทำสินค้าเป็นคอลเลคชั่นของตนเองอีกมากมาย ซึ่งประกอบไปด้วย เครื่องประดับทั้งหมด 600 กว่าแบบและสายสร้อยร่วม 300 สาย

Geneva 1950 Stardust Explosion 18k Retro Necklace
White Gold Cube ที่ถูกประดับอยู่บนตัวสร้อยคอ
Invisible Custom Push Lock ที่ถูกซ้อนไว้ด้านหลัง

ภาพด้านบนคือ Gay Frères Geneva 1950 Stardust Explosion 18 Kt Retro Necklace สร้อยคอวินเทจ จากทองคำ 18k น้ำหนักรวม 182.9 กรัม ผลิตโดย Gay Frères ที่มีรูปทรงสายฟ้าซึ่งถูกเชื่อมให้ติดต่อกันและถูกประดับด้วยก้อนทองคำขาวรูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่ถูกขัดมาให้มีความเงาสูงสุดราวกับละอองดาวยามค่ำคืน ด้านหลังมี Push lock ที่ถูกซ้อนไว้ไม่ให้เห็นรอยต่อ เพื่อให้สร้อยคอดูมีความลื่นไหลต่อเนื่องเป็นเส้นเดียวกัน ราคาปัจจุบันอยู่ที่ราว ๆ $34,500 หรือ 1,031,550 บาท

สายข้อมือหายาก “Figure of Eight” จากทองคำ 18k โดย Gay Frères

จากเครื่องประดับและโซ่นาฬิกาพก สู่สายนาฬิกาข้อมือ

Bulova, Gold Accutron Pocket Watch ที่มาพร้อมกับ สายโซ่ทองคำ 18k โดย Gay Frères

เมื่อกาลเวลาล่วงเลยไป สิ่งใหม่ๆได้เข้ามาแทนที่และรสนิยมก็ได้เปลี่ยนแปลงตามไปด้วย นาฬิกาพกที่ถูกใช้มาอย่างช้านานได้ถูกแทนที่ด้วยนาฬิกาข้อมือในช่วงปี 1940 เป็นช่วงที่ผู้ผลิตสายโซ่นาฬิกาพกหลายต่อหลายเจ้าต้องล้มหายตายจากไปจากวงการนาฬิกา เนื่องจากไม่ยอมปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงนี้ แน่นอนว่า Gay Frères ไม่รอช้าที่จะเปลี่ยนแปลงรูปแบบสินค้าของตนเองเพื่อความอยู่รอดนี้ ซึ่งทางแบรนด์ได้มาพร้อมกับไอเดียบรรเจิดที่สามารถดึงดูดคู่ค้า แบรนด์นาฬิกาต่าง ๆ ได้อย่างดีเยี่ยม ด้วยความสร้างสรรค์ในสไตล์การออกแบบของสายที่ไม่ซ้ำใครและการใช้วัสดุที่หลากหลาย เช่น เหล็ก ทองคำ และทองคำขาว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เทรนด์ของ Stainless Steel ในช่วงเวลานั้น ทำให้ Gay Frères กลายเป็นที่เลื่องชื่อในวงการผู้ผลิตสายนาฬิกาข้อมือ เนื่องจากว่า Stainless Steel ถือว่าเป็นโลหะชนิดที่ยากต่อการทำงานฝีมือ ด้วยความแข็งกว่าโลหะมีค่าชนิดอื่น เช่น ทองคำ ในขั้นตอนการผลิตชิ้นงานที่ทำมือจาก Steel ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญในงานฝีมือขั้นสูง จึงกลายเป็นอีกหนึ่งหัวใจหลักของ Gay Frères


ในช่วงเวลานั้น ไม่ใช่เรื่องปกตินักที่แบรนด์นาฬิกาจะผลิตสายข้อมือด้วยตนเอง อาจเป็นเพราะต้นทุนในการผลิตที่ค่อนข้างสูง Gay Frères ถือว่าประสบความสำเร็จในช่วงจุดเปลี่ยนเช่นนี้ ลูกค้ารายแรกๆที่ได้ไว้วางใจให้ทางแบรนด์ได้ผลิตสายนาฬิกาข้อมือให้คือแบรนด์นาฬิกาหรูสัญชาติสวิสอย่าง Rolex ที่ทาง Gay Frères ได้ผลิตสายนาฬิการูปแบบต่าง ๆ หลายขนาดจากเหล็กกล้า, ทองคำ และทองคำขาวให้ นอกจากนี้ตั้งแต่ช่วงปี 1940 ทาง Gay Frères ได้เป็นผู้ผลิตให้กับนาฬิกาอีกหลากหลายแบรนด์ดัง เช่น Vacheron Constantin, Patek Philippe, Audemars Piguet และ Zenith อีกด้วย


ปี 1972 Patek Philippe และ Audemars Piguet ได้ลองทำในสิ่งที่ถือว่าเป็นประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของทั้งสองแบรนด์ โดยให้ Gay Frères รังสรรค์สายนาฬิกาจาก Stainless Steel ให้กับนาฬิกาสองรุ่นที่โด่งดังมาจนถึงปัจจุบันนี้ ซึ่งทั้งสองแบรนด์ไม่เคยเลือกใช้สายนาฬิกาข้อมือที่ผลิตจาก Stainless steel หรือเหล็กกล้าธรรมดา ๆ มาก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปกติแล้ว Audemars Piguet นิยมผลิตแต่ Dress Watch ซึ่งเป็นนาฬิกาหรูที่ถูกออกแบบมาให้เหมาะสมกับชุดสูทและเนคไท หรือการแต่งกายแบบเป็นทางการและกึ่งทางการเสียมากกว่า นาฬิกาสุดหรูเช่นนั้นล้วนแต่ผลิตจากโลหะมีค่าทั้งหมด เพื่อรักษาภาพลักษณ์อันมั่งคั่งและมูลค่ามากขึ้น ดังนั้น การเลือกใช้เหล็กกล้าเป็นส่วนนึงของนาฬิกาจึงกลายเป็นเรื่องแปลกใหม่มากสำหรับ Audemars Piguet ทางแบรนด์ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญของ Gay Frères ในการออกแบบและผลิตสายนาฬิกาแบบ “Integrated bracelet” จาก Stainless Steel สายแรกในประวัติกาลของแบรนด์ ในนาฬิการุ่น Royal Oak

Audemars Piguet Royal Oak (ซ้าย) / Patek Philippe Nautilus (ขวา)

ปี 1972 Patek Philippe และ Audemars Piguet ได้ลองทำในสิ่งที่ถือว่าเป็นประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของทั้งสองแบรนด์ โดยให้ Gay Frères รังสรรค์สายนาฬิกาจาก Stainless Steel ให้กับนาฬิกาสองรุ่นที่โด่งดังมาจนถึงปัจจุบันนี้ ซึ่งทั้งสองแบรนด์ไม่เคยเลือกใช้สายนาฬิกาข้อมือที่ผลิตจาก Stainless steel หรือเหล็กกล้าธรรมดา ๆ มาก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปกติแล้ว Audemars Piguet นิยมผลิตแต่ Dress Watch ซึ่งเป็นนาฬิกาหรูที่ถูกออกแบบมาให้เหมาะสมกับชุดสูทและเนคไท หรือการแต่งกายแบบเป็นทางการและกึ่งทางการเสียมากกว่า นาฬิกาสุดหรูเช่นนั้นล้วนแต่ผลิตจากโลหะมีค่าทั้งหมด เพื่อรักษาภาพลักษณ์อันมั่งคั่งและมูลค่ามากขึ้น ดังนั้น การเลือกใช้เหล็กกล้าเป็นส่วนนึงของนาฬิกาจึงกลายเป็นเรื่องแปลกใหม่มากสำหรับ Audemars Piguet ทางแบรนด์ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญของ Gay Frères ในการออกแบบและผลิตสายนาฬิกาแบบ “Integrated bracelet” จาก Stainless Steel สายแรกในประวัติกาลของแบรนด์ ในนาฬิการุ่น Royal Oak


สายนาฬิกาข้อมือแบบ Integrated Bracelet เป็นอีกนวัตกรรมหนึ่งของสายนาฬิกาที่ให้ความรู้สึก “Continuity” ที่ทำให้ตัวเรือนและสายของนาฬิกาดูเชื่อมต่อเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันราวกับว่าถูกหลอมขึ้นมาให้เป็นชิ้นเดียวกัน นอกจากนี้สายนาฬิกาแบบ Integrated ไม่เพียงแต่ให้ความงดงามที่ไร้ช่องว่างระหว่างขานาฬิกาให้สะดุดตาแบบสายรุ่นอื่น แต่ยังให้ความสบายและกระชับข้อมือแก่ผู้สวมใส่มากกว่าอีกด้วย


อีกสี่ปีต่อมา ในปี 1976 Gay Frères ได้ผลิตสายนาฬิกา Integrated bracelet จาก Steel ให้กับ Nautilus ของ Patek Philippe นอกจากผลิตโดยผู้ผลิตเจ้าเดียวกันแล้ว ทั้ง Royal Oak และ Nautilus ได้ถูกออกแบบโดยนักออกแบบนาฬิกาชื่อดังระดับโลกอย่าง Gerald Genta เช่นเดียวกันอีกด้วย


ความจริงแล้ว ในปี 1976 บริษัท Gay Frères มีขนาดใหญ่โตมากกว่า Audemars Piguet และ Patek Philippe ด้วยซ้ำ ซึ่งในขณะนั้นยังคงถูกบริหารเป็นธุรกิจครอบครัวโดยสองพี่น้อง Jacques-Hubert และ Jean-Francois Gay ทางแบรนด์มีผู้เชี่ยวชาญมากกว่า 500 ชีวิตที่คอยรังสรรค์สายนาฬิกาทำมืออันประณีต ณ สำนักงานใหญ่ในเจนีวา จนกลายเป็นอาณาจักรอันยิ่งใหญ่แห่งวงการฯ ถือว่าเป็นโรงงานที่เชี่ยวชาญที่สุดและมีขนาดใหญ่ที่สุดเลยก็ว่าได้

สัญลักษณ์ของแบรนด์ Gay Frères ใต้เข็มขัดสายข้อมือ

สายนาฬิกาที่ถูกผลิตโดย Gay Frères จะมีโลโก้ของทางแบรนด์ประทับตราอยู่ภายใต้ บานพับ ของสายนาฬิกา ซึ่งมักจะถูกแกะสลักเป็นอักษร "G" และ "F" และมีรูปหัวแกะครึ่งหัวขั้นระหว่างกลางของตัวอักษร พร้อมคำว่า “Swiss made” ดังภาพด้านบน หากท่านได้ลองถอดนาฬิกาบนข้อมือของท่านออกมาดูใต้สาย แล้วมีสัญลักษณ์ดังกล่าว ท่านก็อนุมานได้เลยว่าสายนาฬิกาอาจเป็นสายข้อมือดั้งเดิมของนาฬิกาเรือนนั้น ซึ่งสายนาฬิกาวินเทจจาก Gay Frères ที่หายากเช่นนี้จะช่วยเพิ่มมูลค่าให้นาฬิกาบนข้อมือของท่านได้มากอยู่พอสมควร เช่น Vintage Gay Frères Rivet Style Bracelet (ภาพด้านล่างซ้าย) ถูกเสนอขายในราคา €2.600 หรือราว ๆ 95,500 บาท ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่ค่อนข้างสูงอยู่พอสมควรสำหรับ Accessory เพียงชิ้นเดียวอย่างสายนาฬิกาข้อมือเช่นนี้ อย่างไรก็ตาม สัญลักษณ์ที่เราได้กล่าวถึงมานี้อาจลบเลือนไปจากการบำรุงรักษาที่ผิดวิธีจนแทบจะมองเป็นสัญลักษณ์เดิมไม่ออกเลยดังภาพด้านล่างขวา

Vintage Gay Frères Rivet Style Bracelet (ซ้าย) / สัญลักษณ์ใต้เข็มขัดที่ดูจางลง (ขวา)

ดีไซน์อันเลื่องชื่อของ Gay Frères

Gay Frères ได้ผลิตสายนาฬิกาข้อมือให้หลายต่อหลายแบรนด์ดังที่เราได้ทราบกันแล้ว ซึ่งสายที่ Gay Frères ได้ผลิตให้นั้นได้กลายเป็นเอกลักษณ์ถาวรของบางแบรนด์เลยก็ว่าได้ ภายใต้หัวข้อนี้จะขอนำเสนอสายประเภทต่าง ๆ ที่โด่งดังของ GF รวม 4 ประเภทหลักด้วยกัน

1.) Oyster Bracelet

“การปิดผนึกที่แน่นหนาราวกับเปลือกหอยนางรม ที่รักษาไข่มุกล้ำค่าไว้อยู่ภายใน” เป็นที่มาของชื่อ Oyster ซึ่งได้ถูกคิดค้นมาเพื่อใช้เปรียบเทียบสายนาฬิกาข้อมือกับข้อมือของผู้สวมใส่เอง สายนาฬิกาข้อมือแบบ Oyster นี้ได้ถูกคิดค้นโดยการร่วมมือระหว่าง Rolex และ Gay Frères ซึ่งปัจจุบันนี้หลายท่านคงจดจำและคุ้นเคยกับสายนาฬิกาชนิดนี้ในชื่อ “Rolex Oyster” ซึ่งสายนาฬิการุ่นนี้นั้นมีความแข็งแรงทนทานและยังเป็นรูปแบบของสายข้อมือที่อเนกประสงค์ สามารถเข้ากับนาฬิกาหลากหลายรุ่นได้เป็นอย่างดี Rolex Oyster Bracelet ที่ผลิตโดย Gay Frères ในยุคก่อน จะมีโลโก้ GF ที่เราได้กล่าวถึงกันไปแล้วประทับไว้อยู่ที่ใต้เข็มขัดสาย จนกระทั่งบริษัทถูกเข้าซื้อกิจการโดย Rolex ในปี 1998

สายนาฬิกาแบบ Oyster ประกอบไปด้วยสามส่วนเชื่อมต่อกัน ส่วนของสายข้อตรงกลางจะมีขนาดที่ใหญ่กว่าข้อขอบนอกทั้งสองข้าง สายแบบ Oyster เชื่อมต่อรอบข้อมือผู้สวมใส่ได้โดยการใช้เข็มขัดสายแบบบานพับ ซึ่งถูกคิดค้นในภายหลังช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง องค์ประกอบที่สำคัญนี้ช่วยให้นาฬิกาแนบเข้ากับรูปทรงข้อมือได้อย่างแนบสนิทและเมื่อสายได้ถูกปิดเข้าล็อคพอดีแล้ว จะช่วยป้องกันไม่ให้ตัวนาฬิกานั้นสามารถหลุดร่วงออกมาเอง จนเกิดความเสียหายโดยไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งเข็มขัดสายเช่นนี้ ทำให้ผู้สวมใส่สามารถใส่และถอดนาฬิกาข้อมือได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย

Oyster Bracelet(ซ้าย) / Rolex Cosmograph Daytona ในสายแบบ Oyster Steel Bracelet (ขวา)

2.) Beads of Rice Bracelet

เพียงแค่ชายตามองไปยังสายนาฬิกาชนิดนี้ ท่านคงหมดข้อสงสัยทุกประการเลยว่าที่มาของชื่อนี้มาจากสิ่งใด รูปลักษณ์ภายนอกเหมือนกับการนำเมล็ดข้าวเม็ดงามมาเรียงต่อกันเป็นแถวแนวยาวอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ข้าวแต่ละเมล็ดที่ทำจากโลหะนี้ได้ถูกขัดให้เงาแบบ Highly Polished สะท้อนราวกับกระจกเงาช่วยเพิ่มภาพลักษณ์ที่ดูหรูหราและความประณีตขั้นสูงให้กับนาฬิกา ตรงปลายสายจะเป็น Straight End link ซึ่งท่านสามารถสังเกตได้จากภาพด้านล่างว่าตรงปลายของสายนาฬิกาที่ติดอยู่กับขาของตัวเรือนจะเป็นแท่งโลหะยาวแบบตรงดั่งชื่อที่กล่าวไว้


สายนาฬิกา Beads of Rice ได้ออกมาให้ยลโฉมในช่วงปี 1940 ซึ่งเป็นหนึ่งในรูปแบบสายนาฬิกาที่โด่งดังที่สุดของ Gay Frères สไตล์สายนาฬิกาเมล็ดข้าวนี้ถูกนำมาใช้กับสองแบรนด์ดังอย่าง Longines และ Patek Philippe ซึ่ง Patek Philippe เลือกใช้สายนาฬิกา Beads of Rice ของ Gay Frères กับนาฬิการูปแบบซับซ้อนอย่าง Patek Philippe Ref. 1518 Stainless steel ที่มีราคาสูงถึง 11 ล้านดอลลาสหรัฐ หรือมากกว่า 30 ล้านบาท นาฬิการุ่นนี้ถูกรวมไว้อยู่ในลิสต์นาฬิกาข้อมือที่มีราคาสูงที่สุดในโลก สายชนิดนี้ยังสามารถเข้าได้กับนาฬิกาที่ดูแสนจะเรียบง่ายแบบ Longines Calatrava ได้อีกด้วย นี่เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าสายนาฬิกาเมล็ดข้าวมีความอเนกประสงค์ ใช้ประโยชน์ได้หลายประการ และยังเป็น Accessory ที่สามารถเพิ่มความหรูหราให้กับตัวเรือนนาฬิกาทั้งเรือนได้อีกด้วย

Patek Philippe Ref. 1518 Stainless steel ที่มาพร้อมกับสาย Beads of Rice
Longines Calatrava หน้าปัดแซลมอน มาพร้อมกับสาย Straight End link Beads of Rice bracelet จาก Gay Frères

ความสามารถในการปรับเปลี่ยนและผสมผสานสายนาฬิกาให้เข้ากับนาฬิกาทุกชนิด ถือว่าเป็นหนึ่งในคุณสมบัติจำเป็นของผู้ผลิตสายนาฬิกา ฉายาเจ้าแห่งสายนาฬิกาข้อมือในศตวรรษที่ 20 ไม่ได้มากันได้ง่ายๆ ทักษะการออกแบบและความชำนาญในงานฝีมือขั้นสูง ทำให้ Gay Frères เข้าใจทุกรายละเอียดและสามารถผสมผสานรูปแบบสายนาฬิกาที่หลากหลายของทางแบรนด์เข้าด้วยกันให้ดูลงตัวกับทั้งนาฬิกาแบบ Dress Watch และ Sport Watch


ในช่วงปี 1960 ถึง 1970 หลากหลายแบรนด์นาฬิกาได้ริเริ่มทำนาฬิกาหลายรูปแบบมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Chronograph หรือ Sport Watch แบบต่าง ๆ เช่นเดียวกับ Heuer ได้ออกนาฬิกาในรูปแบบ Chronograph รุ่น Heuer Carrera 2447SN ดังนั้น Gay Frères จึงไม่รอช้าที่จะนำเสนอสายนาฬิการูปแบบใหม่ซึ่งผสมผสานสายสองแบบ เป็นสายแบบ Beads of Rice ที่ตรงกลางและประกบด้วยข้อแบบ Oyster ไว้รอบนอกทั้งสองข้างตามภาพด้านล่าง เป็นความแตกต่างที่ลงตัวอย่างดีเยี่ยมเมื่อมาอยู่ร่วมสายเดียวกัน

Heuer Carrera 2447SN กับสายที่ผสมผสานระหว่าง Beads of Rice และ Oyster-like folded links

3.) Bonklip Bracelet

อีกชื่อหนึ่งของสายนาฬิกา Bonklip คือ Bamboo เนื่องจากรูปทรงของสายมีความกลมโค้งมนและมีความคล้ายกับกระบอกไม้ไผ่นั้นเอง แต่สายแบบ Bonklip ก็มีอีกรูปทรงหนึ่งที่แท่งข้อเล็กๆตรงกลางจะแบนและบางมากขึ้น สายนี้ประกอบไปด้วยส่วนแท่งโลหะเล็กจำนวนหลายชิ้นที่ลิ้งค์เข้าด้วยกันโดยสาย Strap สายรูปแบบนี้จะมีช่องว่างในแต่ละข้อ ซึ่งทำให้เข็มขัดสายสามารถใช้เกี่ยวติดได้ ดังนั้นผู้สวมใส่สามารถปรับสายให้เข้ากับทรงข้อมือ