top of page

Patek Twenty-4 เรือนกลม: ความท้าทายใหม่ของสุภาพสตรีหมายเลข 1

ประวัติศาสตร์ของ Patek Philippe เต็มไปด้วยเรื่องราวมากมาย ในปี 1839 หรือเกือบ 180 ปีที่แล้ว นาฬิกาสามเรือนแรกของ Patek ที่ในขณะนั้นมีชื่อเดิมว่า “Czapek & Cie” ได้ถือกำเนิดขึ้นและได้ถูกขายให้ลูกค้าสุภาพสตรีคนแรกคือ ‘มาดามกอสชินสกา’ (Goscinska) หญิงสาวผู้มั่งคั่ง ในยุคนั้นจะใช้นาฬิกาพกขนาดเล็ก หรือ Pendant Watch ซึ่งตัวนาฬิกาจะผูกอยู่กับสายโซ่และเข็มกลัดที่ติดกับชุดของพวกเธอ นาฬิกาแบบนี้จะมีการตกแต่งด้วยการเคลือบ หรือประดับอัญมณีต่าง ๆ ที่อาจจะดูล้นจนเกินความจำเป็น แต่สำหรับในยุคนั้น นาฬิกาเป็นอีกหนึ่งเครื่องบ่งบอกฐานะทางสังคมมากกว่าเอาไว้บอกเวลา


นอกจากนี้ ในปี1851 ยังมีสุภาพสตรีชั้นสูงอย่าง Queen Victoria ผู้หลงไหลในนาฬิกาพกของ Patek จนต้องจับจองนาฬิกา Keyless Winding System ที่มาในตลับแป้งสีฟ้าซึ่งถูกประดับด้วยเพชรล้ำค่าและแกะสลักลายรุกขชาติอย่างสมฐานะ ตามที่เราได้กล่าวมาคร่าวๆ ทุกท่านคงพอจะรับรู้ได้ถึงบทบาทของสตรีในหลายยุคว่ามีอิทธิพลกับ Patek Philippe มากเพียงใด

นาฬิกาแบบจี้ในตลับแป้งสีฟ้าเปิดได้ที่ประดับลวดลายดอกไม้และเพชรของ Queen Victoria

Patek Philippe Twenty-4 Ladies’ Watch รุ่น Original

ในปี 1999 Patek Philippe ได้ออกนาฬิกาสำหรับสุภาพสตรีมาอีกรุ่น ซึ่งเป็นรุ่นที่ฉีกแนวนาฬิกาจากวัฒนธรรม Patek ไปค่อนข้างมาก นิยาม “Twenty-4” เกิดจากดีไซน์ที่สวมใส่ได้ตลอด 24 ชั่วโมงไม่ว่าจะเวลากลางวันหรือยามอาทิตย์ตกดิน เหมาะกับสาวสมัยใหม่ที่ทั้งทันสมัย กระฉับกระเฉง และมีความมั่นใจ Twenty-4 ถูกดีไซน์ขึ้นมาจากแนวคิดทางศิลปะแบบ Art-Deco ซึ่งเป็นแนวศิลปะที่หลุดออกจากความ Classic และเข้าสู่ยุคเริ่มต้นของ ยุคสมัยใหม่ (Modernism) ศิลปะรูปแบบนี้ใช้เส้นสายที่ดูสะอาดตา เช่น เส้นโค้งและเส้นตรงที่เรียบง่ายเพื่อสื่ออารมณ์และสร้างความสวยงามในศิลปะนั้น ซึ่งทาง Patek ได้เลือกใช้ศิลปะรูปแบบนี้รังสรรค์ Twenty-4 ให้ออกมาเป็น ‘Manchette’ ในภาษาฝรั่งเศสที่แปลว่า ‘Cuff design’ หรือข้อมือ ด้วยหน้าปัดทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ซึ่งลักษณะโดยรวมคล้ายเครื่องประดับข้อมือที่สวมใส่สบายและรับกับรูปข้อมือของคุณผู้หญิง ดีไซน์ Manchette เป็นสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์และตราตรึงใจคุณผู้ใหญ่ทั่วโลกเนื่องจากเหมือนได้สวมใส่เครื่องประดับคู่ใจที่ทั้งสวยงามและมีฟังก์ชั่นบอกเวลาไปพร้อมๆกัน สามารถสวมใส่เป็น Accessory คู่กายไม่ว่าคุณจะไปประชุมงานด่วนยามเช้าหรือดินเนอร์ใต้แสงจันทร์ Twenty-4 ไปกับคุณได้ทุกที่ทุกเวลา

สีดำ Forever Black (1) / สีเทา Eternal Gray (2) / สีขาว Timeless White (3) / สีน้ำเงิน Perfect Blue (4)

Twenty-4 ที่ถูกเผยโฉมเป็นครั้งแรกในปี 1999 คือ Ref. 4910/10A ซึ่งแฟนพันธุ์แท้พอเห็นตัวอักษร ‘A’ ก็จะทราบทันทีว่ามันทำขึ้นจาก Stainless Steel ตัวเรือนขนาด 25.1 x 30 มม. ขอบด้านซ้ายและขวาของหน้าปัดทรงเหลี่ยมได้ถูกประดับด้วยเพชรจำนวน 36 เม็ด ส่วนบนหน้าปัดก็ยังมีการประดับเพชร 10 เม็ดที่ Hour marker เช่นกัน ยกเว้นตำแหน่ง 6 และ 12 นาฬิกาที่ใช้เป็นหลักโรมันที่ทำขึ้นจากทองคำขาว มีการเคลือบสารเรืองแสงบนเข็มชั่วโมงและนาที ทำให้อ่านเวลาในที่แสงน้อยได้สะดวกขึ้น 4910/10 มาในสี่สี ตามภาพด้านบนซึ่งประกอบด้วย 1.) 4910/10A-001 สีดำ “Forever Black”, 2.) 4910/10A-010 สีเทา “Eternal Gray”, 3.) 4910/10A-011 สีขาว “Timeless White” และ 4.) 4910/10A-012 สีน้ำเงิน “Perfect Blue”

โฆษณาสร้อยข้อมือแบบ Straight end links ของ Gay frères ในยุคแรกเริ่ม

ส่วนสายข้อมือเป็น Integrated link bracelet ที่ทำให้ตัวเรือนและสายดูเชื่อมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ซึ่งช่วยให้ Twenty-4 คงรูปแบบของความเป็นกำไลข้อมือมากยิ่งขึ้น ส่วน Fold-over clasp (เข็มขัดสายแบบบานพับ) มีลาย Calatrava Cross ตรงกลาง มากไปกว่านั้นลัดดาได้ลองสังเกตดีไซน์ของสาย ก็มีภาพของสร้อยข้อมือจาก Gay frères เข้ามาในหัวทันใด เนื่องจากสายข้อมือของ Twenty-4 นั้นมีความคล้ายคลึงกับสร้อยข้อมือแบบไร้เข็มขัดในโฆษณายุคแรกๆของ Gay frères เราจึงสันนิษฐานว่าสายนาฬิกาข้อมือ Twenty-4 อาจได้รับแรงบันดาลใจจากสร้อยข้อมือของ GF ในสมัยก่อน เพื่อให้นาฬิกาดูมีความเป็นเครื่องประดับไปในตัวมากขึ้น นอกจากนี้ ตรงปลายเม็ดมะยม ได้ถูกตกแต่งด้วย หินนิลสีดำ (Onyx Black) แต่ทางเราคิดว่าด้วยความโค้งมนของอัญมณีที่ใช้ตกแต่งปลายเม็ดมะยมอาจทำให้ลื่นและจับไม่ถนัดมือจนหมุนปรับเวลาได้ยากขึ้น

ปลายเม็ดมะยมถูกตกแต่งด้วย Onyx Black หรือหินนิลสีดำ (ซ้าย) / Patek Philippe Caliber E15 (ขวา)

Ref. 4910/10A ขับเคลื่อนด้วยระบบควอทซ์ Caliber E15 ประกอบด้วยชิ้นส่วน 57 ชิ้น ใช้ทับทิมเพียง 6 ชิ้นตามจุดหมุนที่เคลื่อนไหว เครื่อง E15 นี้มีขนาดเล็กมากเพียง 15 x 13 มม. ใช้ความถี่ของควอทซ์ปกติที่ 32,768 Hz ซึ่งถ้าได้พลังงานจากถ่าน Silver Oxide Battery 1.55 V. เครื่อง E15 จะใช้งานได้นานถึง 3 ปี มีฟังก์ชั่นเพียงเข็มชั่วโมงและนาที E15 เป็นเพียงระบบควอทซ์ธรรมดา ๆ เท่านั้น แต่ได้ถูกประดับให้มีความเป็น Patek Philippe เช่น Main bridge ได้ถูกขัดแต่งด้วยลวดลาย Geneva Stripes ซึ่งเป็นกระบวนการฝนชิ้นส่วนต่าง ๆ ในระบบกลไกเช่น Bridge, Rotor, Plate เพื่อการตกแต่ง และอีกหนึ่งจุดเด่นของ Twenty-4 คือสามารถกันน้ำได้ที่ระดับความลึก 30 ฟุต หรือ 10 เมตร


หลังจากเปิดตัวด้วยตัวเรือน Stainless Steel คอลเลคชั่น Twenty-4 ยังมีอีกหลายรุ่นที่มาในวัสดุอื่นๆ เช่น ทองคำและทองสีชมพู อย่าง Ref.4920R-001 มาในวัสดุ Rose Gold หน้าปัดสีน้ำตาล “Chocolate Dream” พร้อมกับสายซาตินสี “Chocolate Brown”

Rose Gold Ref.4920R-001 หน้าปัดสี “Chocolate Dream” มาพร้อมกับสายซาติน “Chocolate brown”

การปรับตัวในรอบ 20 ปีของ Patek Philippe Twenty-4 Automatic

หลังจากปี 1999 ที่ Twenty-4 รุ่นแรกได้ออกมา ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาราว ๆ 20 ปี Patek เลือกใช้เพียงระบบควอทซ์ Caliber E15 ส่วนรูปแบบของนาฬิกายังคงตัวเรือนเหลี่ยมเสมอมา แต่ในปี 2018 ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ขึ้นกับ Twenty-4 เรียกได้ว่าเป็นการเปลี่ยนยกเครื่องจนไม่เหลือเค้าโครงเดิมเลยก็ว่าได้ Patek Philippe Twenty-4 Automatic Ref. 7300 ถูกเปลี่ยนยกเครื่องทั้งภายนอกและภายใน และเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของคอลเลคชั่น Twenty-4 ที่มีการใช้ระบบขึ้นลานอัตโนมัติ

Ref. 7300 พร้อม Sapphire Case back (ซ้าย) / Patek Philippe Caliber 324 SC (ขวา)

Twenty-4 Automatic ใช้ Caliber 324 SC Patek Philippe Seal แทนการใช้เครื่องควอทซ์ E15 แบบรุ่นก่อนๆ ฟังก์ชั่นที่เพิ่มเข้ามาคือเข็มวินาทีแบบกวาดและฟังก์ชั่นบอกวันที่บนหน้าปัด สามารถกันน้ำได้ที่ระดับความลึก 30 เมตร ภายในระบบกลไกใช้ทับทิมป้องกันการสึกหรอ 29 จุดและมี Rotor ขึ้นลานทิศทางเดียวที่ทำขึ้นจากทองคำ 22k ซึ่งเป็นตัวช่วยให้ จักรกลอก Gyromax และสายใยนาฬิกา Spiromax สร้างความถี่อยู่ที่ 28,800 vph สามารถสำรองพลังงานได้ 45 ชั่วโมง ฝาหลังใช้ Sapphire Case back ตามประเพณีของ Patek ที่เครื่องกลไกมักจะต้องเปิดฝาหลังเสมอ


อีกส่วนที่ถูกเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง คือตัวเรือน 20ปีที่ผ่านมา Twenty-4 รักษาเอกลักษณ์ของรูปแบบกำไลข้อมือ Manchette บนหน้าปัดทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าประดับเพชรกรอบด้านข้างที่ดูไหลลื่นไปกับนาฬิกาทั้งเรือน แต่แล้วเสน่ห์เฉพาะตัวนี้ ถูกเปลี่ยนเป็นหน้าปัดกลม ใน Ref.7300 ที่ประดับด้วยเพชรสองแถวรอบตัวเรือน นอกจากรูปทรงที่เปลี่ยนไป หน้าปัดก็มีขนาดใหญ่ขึ้นเป็น 36 มม. Hour Maker บนหน้าปัดเปลี่ยนจากหลักโรมันเป็นอารบิกทั้งหมด ยกเว้นที่ 6 นาฬิกาถูกแทนที่ด้วยช่องบอกวันที่


ส่วนเข็มและ Hour Maker เคลือบสารเรืองแสง Super-Luminova ซึ่งเป็นตัวเคลือบเรืองแสงไร้สารกัมมันตรังสีที่เป็นอันตราย สายข้อมือมีสามส่วน ตรงกลางเป็นข้อหลังมนที่ขนาดใหญ่กว่าข้ออื่น คล้ายรูปแบบสายเดิมของ Twenty-4 รหัส 49xx บานพับเป็น Fold-over Clasp รุ่นใหม่ของ Patek (สิทธิบัตรหมายเลข EP3162241B1) ที่ช่วยป้องกันการคลายสลักของเข็มขัดสายโดยไม่ได้ตั้งใจ


Patek Philippe Twenty-4 Automatic Ref. 7300 มีทั้งหมด 5 แบบ ประกอบไปด้วย

1.) 7300-1200A-001 – Steel with Blue dial

2.) 7300-1200A-010 – Steel with Grey sunburst dial

3.) 7300-1200R-001 – 18k Rose gold with Brown sunburst dial

4.) 7300-1200R-010 – 18k Rose gold with Silver dial

5.) 7300-1201R-001 – 18k Rose gold with Silver dial and paved bracelet (ขานาฬิกา, รอบข้างของเม็ดมะยม และข้อเล็กๆรอบนอกของสายนาฬิกาถูกประดับด้วยเพชรเม็ดเล็กแบบที่ถูกใช้บนกรอบหน้าปัด รวมทั้งสิ้น 469 เม็ด)

7300-1200A-001 (1) / 7300-1200A-010 (2) / 7300-1200R-001 (3) / 7300-1200R-010 (4) / 7300-1201R-001 (5)

Twenty-4 Automatic เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีจริงหรือ?

หลังจากการเปิดตัวของ Twenty-4 Automatic ในปี 2018 และยุติการผลิต Twenty-4 รุ่นดั้งเดิม ก็มีเสียงวิจารณ์ว่า Twenty-4 รุ่นใหม่นี้ไม่มีอะไรเหมือนรุ่นเดิมเลย Patek Philippe มีเหตุผลอะไรถึงได้ตัดสินใจพลิกโฉมนาฬิการุ่นที่นับว่าเป็นไอคอนแห่งวงการนาฬิกาสำหรับคุณผู้หญิงได้ถึงขนาดนี้ ต้องไม่ลืมว่าเรือนกลมก็ยังเป็นทรง ‘ปราบเซียน’ ของ Patek ที่ไม่ว่าจะทำมากี่รุ่นก็ไม่เป็นที่นิยมแบบเรือนเหลี่ยมเช่น Nautilus/Aquanaut หรือแม้แต่ Twenty-4 แบบดั้งเดิม


นอกจากการเปลี่ยนตัวเรือนแล้ว หนึ่งในจุดเปลี่ยนที่เด่นๆคือการเปลี่ยนไปใช้เครื่องจักรกล หลายท่านอาจตั้งคำถามในใจแล้วว่าทำไมถึงจำเป็นต้องเปลี่ยนจาก Quartz ไปเป็นระบบขึ้นลานอัตโนมัติ ซึ่งอาจจะไม่ต้องอธิบายมากนักถึงคุณค่าที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิงในมิติของศิลปะวัฒนธรรม หาก Twenty-4 จะลบข้อเสียเรื่องการใช้ Quartz ที่ถึงแม้จะมีใช้งานได้สะดวกไม่ต้องการการดูแลใด ๆ แต่เครื่องควอทซ์ก็ต้องการการเปลี่ยนถ่านอยู่วันยังค่ำเมื่อแบตเตอรี่หมดพลังงานลง ซึ่งท่านที่ครอบครองนาฬิกา Quartz ก็ต้องยอมรับกับการที่ต้องคอยไปเปลี่ยนถ่านตามระยะเวลานั้นๆ นอกจากนี้ยังมีผลกระทบในเชิงลบที่อาจจะตามมาจากการเปิดฝาหลังเพื่อเปลี่ยนถ่าน ซึ่งก็คือประสิทธิภาพในการกันน้ำของตัวเครื่องอาจจะไม่เทียบเท่าเดิม ดังนั้นข้อเสียต่างๆในการใช้เครื่อง Quartz อาจเป็นตัวจุดประกายให้ Patek ต้องการเปลี่ยนตัวเครื่องภายใน


หลังจากที่ได้ออกรุ่น Automatic ทาง Patek ก็ได้ทำการยุติการผลิต Twenty-4 รุ่นแรก ซึ่งใน Discontinued watch lists หรือรายชื่อนาฬิกาที่ถูกยกเลิกการผลิตในปี 2020 ไม่ได้มีเพียง Twenty-4 รุ่นดั่งเดิม แต่ยังมี Aquanaut 5067 ตระกูล Luce ความเหมือนของทั้งสองรุ่นนี้คือมีระบบภายในเป็นเครื่อง Quartz หรือนี่จะเป็นความต้องการของทางแบรนด์ที่อยากจะเพิ่มมูลค่าและรักษาคุณภาพของนาฬิกาให้มีอายุการใช้งานที่ยาวนานซึ่งเป็นคุณสมบัติที่เครื่อง Quartz อาจให้ไม่ได้ นอกจากนี้ เมื่อเราเทียบจำนวนกลไกประเภทต่างๆ ทั้งระบบไขลาน ระบบขึ้นลานอัตโนมัติและระบบ Quartz จะเห็นได้ว่าในขณะที่ ระบบไขลานและระบบอัติโนมัติที่อยู่ในคลังแสงของ Patek มีจำนวนมากถึง 50 เครื่อง แต่มีระบบ Quartz อยู่เพียงแค่ 2 เครื่องเท่านั้น นี่เป็นอีกหนึ่งข้อบ่งชี้ที่แสดงถึงจุดยืนในการใช้ระบบกลไกของ Patek


ผู้ที่อยู่เบื้องหลังดีไซน์ของนาฬิกาจาก Patek หลายรุ่นและการเปลี่ยนแปลงของ Twenty-4 ในครั้งนี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากคุณ Sandrine Stern ผู้เป็น Head of Creations ของ Patek Philippe ภรรยาของท่านประธาน Thierry Stern ซึ่งความจริงแล้วเธอได้เริ่มเข้ามาทำงานกับ Patek Philippe ในฝ่ายโฆษณาเมื่อ 18 ปีที่แล้ว จนได้พบกับคุณ Thierry และในปี 1998 คุณ Sandrine ได้เข้ามามีส่วนรวมในทีม Creation ซึ่งปัจจุบันเธอได้ถูกแต่งตั้งขึ้นเป็น Head of Creations ให้กับทางแบรนด์

คุณ Sandrine Stern, Head of Creation Department ของ Patek Philippe

หากจะกล่าวถึงผลงานการออกแบบของคุณ Sandrine ซึ่งถือว่าเป็นงานที่ได้รับการยอมรับในระดับหนึ่ง Ref.4968G ‘Diamond Ribbon Joaillerie, Moon Phases’ เป็นหนึ่งในผลงานของคุณ Sandrine ตัวเรือนกลม ซึ่งนาฬิกาเรือนนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากรูปทรงของริบบิ้นในยิมนาสติกลีลา และเธอยังเคยได้ให้สัมภาษณ์กับ Cara Barrett จาก Hodinkee ว่าจากในคอลเลคชั่นทั้งหมดที่มี เธอรัก Calatrava เรือนกลมมากที่สุด และนาฬิกาที่เธอใส่ในวันให้สัมภาษณ์คือ White Gold Calatrava แต่งด้วยลายกุหลาบและหน้าปัดที่เคลือบแบบ Cloisonné enamel

Ref. 4968G Diamond Ribbon Joaillerie, Moon Phases

นอกจากนี้คุณ Sandrine ยังได้ร่วมคัดเลือกนาฬิกาของทางแบรนด์ที่ได้ถูกนำไปจัดแสดงในงาน Patek Philippe Watch Art Grand Exhibition ซึ่งในปี 2015 ถูกจัดขึ้นในกรุง London ถัดมาในปี 2017 ได้ถูกจัดขึ้นในมหานคร New York ภายในงานยังมีการจัดแสดงนาฬิกาที่ถูกผลิตขึ้นมาเป็นพิเศษ ซึ่งคุณ Sandrine ได้เลือกรังสรรค์ World Time Ref. 5230 New York 2017 Special Edition เป็นเรือนกลมอีกเช่นกัน World Time รุ่นพิเศษนี้ถูกวางตีมในการออกแบบให้เหมือนการได้เดินทางจากกรุงลอนดอนซึ่งเป็นสถานที่จัดงานในคราวก่อนไปยังสหรัฐอเมริกา หรือการเดินทางรอบโลก ดังนั้นการเลือก World Time ที่สามารถใช้ได้กับ 24 Time zones ทั่วโลกจึงตอบโจทย์นี้ได้ดี

Patek Philippe World Time Ref. 5230 New York 2017 Special Edition

ถ้าพูดถึงสาเหตุในการเปลี่ยนรูปทรงนาฬิกาเป็นทรงกลม อาจไม่ได้เปลี่ยนเพียงเพื่อรูปลักษณ์ที่แตกต่างออกไป แต่ทิศทางของ Patek ในการเปลี่ยนระบบกลไกภายในจากควอทซ์ Caliber E15 เป็นเครื่องอัตโนมัติ Caliber 324 SC อาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้คุณ Sandrine ต้องเปลี่ยนรูปทรงของตัวเครื่องจากทรงสี่หลี่ยมผืนผ้าที่ดูเหมาะกับตัวเรือนแบบ Original Twenty-4 ไปเป็นทรงกลมที่มีขนาดใหญ่ขึ้น


Original Twenty-4 เกิดมาพร้อมกับขนาดที่เล็กมากโดยตัวเรือนมีขนาดเพียง 30x25.1 มม. กลไกที่ Patek มีอยู่ในคลังแสงก็ไม่มีรุ่นใดเลยที่มีขนาดเล็กเท่ากับ Caliber E15 (15 x 13 มม.) ถึงแม้ว่าจะมีระบบกลไขลานที่รูปทรงใกล้เคียงอย่าง Caliber 25-21 REC ขนาด 25 x 21.9 มม. หรือแม้แต่เครื่องไขลานด้วยมือตระกูล 215 ทรงกลมที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางที่ 21.9 มม. ก็ยังมีขนาดไม่เล็กพอที่จะใช้กับตัวเรือนเดิมได้อยู่ดี สรุปแล้วคุณ Sandrine และทีมของเธอก็คงไม่มีหนทางใดแล้วนอกจากเปลี่ยนรูปทรงและขนาดตัวเรือนเพื่อให้รับกับระบบกลไกใหม่ที่จะเลือกมาใช้ใน Ref.7300 ต่างกันกับนาฬิกาผู้หญิงในคอลเลคชั่นอื่นๆอย่าง Patek Philippe Ref. 5072 Aquanaut Luce ที่มีตัวเรือนขนาด 35.6 มม. ก็ยังสามารถใช้ Caliber 324 SC ได้


เมื่อเราเปรียบเทียบสัดส่วนของตัวเครื่องทั้งสอง Twenty-4 รุ่นดั้งเดิมใช้เครื่อง E15 ที่มีขนาดเพียงแค่ 15 x 13 มม. หนา 1.8 มม. ส่วน Twenty-4 ใหม่รหัส 7300 ปี 2018 เลือกใช้ Caliber 324 SC ทรงกลมที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางถึง 27 มม. คงเห็นภาพได้ชัดเจนขึ้นแล้วว่าระบบกลไกทั้งสองมีขนาดเล็กใหญ่ต่างกันมาก ที่สำคัญ Patek ไม่มีเครื่องจักรกลระบบลานอัตโนมัติที่ขนาดเล็กกว่านี้แล้ว ทางเราจึงสันนิษฐานว่าขนาดของตัว Caliber ที่ใหญ่กว่ารุ่นเดิมอาจเป็นเหตุให้ต้องปรับโครงสร้างและรูปแบบของตัวเรือนไปด้วย ทำให้ขนาดของเวอร์ชั่นใหม่ขยายไปแบบก้าวกระโดดที่ขนาด 36 มม. ใหญ่กว่าเดิมถึง 1 เซนติเมตร

เปรียบเทียบขนาดเครื่อง E15 ใน Ref. 49xx (ซ้าย) / กับเครื่อง 324 SC ใน Ref. 7300 (กลาง) / เครื่อง 215 เครื่องไขลานขนาดเล็กที่สุดของ Patek (ขวา)

หากจะกล่าวถึงขนาดที่ใหญ่ขึ้นถึง 36 มม. อาจไม่เหมาะสมกับข้อมือคุณผู้หญิงเท่าไหร่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวเรือน 36มม. อาจใหญ่เกินไปสำหรับสาวเอเชีย ตัวเรือนขนาดทั่วไปที่เหมาะกับผู้หญิงจะอยู่ที่ 26-29 มม. แต่ถ้าหากเป็นนาฬิกาตัวเรือนเล็กแบบ Mini watch ขนาดที่เหมาะสมจะอยู่ที่ 23-25 มม. อย่างไรก็ตาม แฟชั่นผู้หญิงในปี 2018 ถึงปัจจุบันของสาวๆทั่วโลกมักนิยมใส่เครื่องแต่งกายที่ค่อนข้างใหญ่กว่าขนาดที่พอเหมาะกับตัวและมีความ Unisex มากกว่าการเลือกใส่อะไรที่เน้น Femininity หรือความเป็นผู้หญิงแบบแฟชั่นยุคก่อน อย่างการนิยมใส่เสื้อ Oversized ขนาดเท่าของคุณผู้ชาย การเลือกใส่นาฬิกาข้อมือก็เช่นกัน “Boyfriend Style Watches” นาฬิกาสไตล์ที่เหมือนกับว่าคุณผู้หญิงหยิบยืมของแฟนหนุ่มมาใส่แต่ก็ยังเข้ากับเธอได้ดีไม่แพ้นาฬิกาผู้หญิงก็เป็นที่นิยม


ก่อนที่แบรนด์นาฬิกาต่างๆจะรับรู้ถึงความต้องการของตัวเรือนที่ใหญ่ขึ้นในกลุ่มลูกค้าผู้หญิง พวกเธอมักจะหาซื้อนาฬิกาผู้ชายหรือเรือนที่มีดีไซน์แบบ Unisex แทน เนื่องจากว่าในคอลเลคชั่นนาฬิกาผู้หญิงมีตัวเรือนขนาดใหญ่ให้เลือกไม่มากนัก เมื่อเริ่มเข้าสู่ช่วง 2020 ความต้องการของตัวเรือนที่ใหญ่ขึ้นในกลุ่มลูกค้าผู้หญิงนั่นมีมากขึ้น ทำให้หลากหลายแบรนด์นาฬิกา อย่าง Rolex, Cartier, Omega รวมถึง Patek ด้วย หรือแม้แต่ Fashion Houses อย่าง Dior, Gucci, Chanel และอีกมากมายผลิตนาฬิกาสำหรับผู้หญิงที่มีขนาดใหญ่ขึ้นเป็น 36 มม. โดยเฉลี่ย


นอกจากนี้ อย่างที่เราได้ทราบกันแล้วว่าหลักบอกชั่วโมงได้ถูกเปลี่ยนจากเลขโรมันที่ดูมีความอ่อนช้อยเหมาะกับการเป็น Dress watch สำหรับผู้หญิงไปเป็นหลักอารบิก ซึ่งเป็นตัวอักษรที่ไม่ค่อยคุ้นตาเท่าไหร่นักในนาฬิกาของ Patek ซึ่งเลขอารบิกนี้ มีความคล้ายคลึงกับหลักอารบิกของ Patek Philippe Pilot Travel Time Ref. 7234 ที่เป็น Sport Watch รวมถึงรูปทรงกลมและขนาดของตัวเรือนที่ใหญ่ขึ้นเป็น 36 มม. ซึ่งเป็นขนาดที่คุณผู้ชายก็สามารถใส่ได้เช่นกัน ซึ่งนี่อาจบอกเราเป็นนัยๆได้ว่า Patek พยายามทำให้ Twenty-4 กลายเป็นนาฬิกาสปอร์ตและอาจอยากเจาะกลุ่มลูกค้าผู้ชายเพิ่มด้วยก็เป็นได้

Patek Philippe Ladies Calatrava Pilot Travel Time Ref. 7234R (ซ้าย) / Ref. 7300-1200A-010 (ขวา)

จากข้อมูลด้านบน เราอาจอนุมานได้ว่าความต้องการที่จะยกเลิกการใช้เครื่องควอทซ์เพื่อเพิ่มมูลค่าและรักษาคุณภาพของนาฬิกา, ความนิยมของกลุ่มลูกค้าผู้หญิงที่เปลี่ยนไปชอบนาฬิกาขนาดใหญ่ที่มีความเป็น Unisex, ความต้องการที่จะอัปเกรดให้ Twenty-4 ดูเป็นนาฬิกาสปอร์ตมากขึ้น เหมาะกับทุกเพศทุกวัย และความหลงไหลที่คุณ Sandrine มีต่อนาฬิกาเรือนกลมมีอิทธิพลต่อการพลิกโฉมครั้งนี้


การหวนกลับสู่จุดดั่งเดิม

Ref. 4910/1200A-001 และ Ref. 4910/1200A-010

สุดท้ายแล้วในปี 2020 ทาง Patek ได้ออก Ref. 4910/1200A-001 และ Ref. 4910/1200A-010 ซึ่งเป็น Twenty-4 เรือนเหลี่ยมฉบับดั้งเดิมตาม Ref. 4910/10A หรือนี่จะเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าเรือนกลม ในปี 2018 ไม่ได้รับการตอบรับที่ดีจน Head of Creations อย่างคุณ Sandrine ต้องยอมพ่ายแพ้และกลับมาซบอกเรือนเหลี่ยมตามเดิม ขนาดของรุ่นใหม่อยู่ที่ 25.1 x 30 มม. เท่ากับรุ่นปี 1999 แต่สองรุ่นนี้มีจุดต่างกันที่เด่นๆคือ สีของหน้าปัดแบบ “Sunburst” ที่เล่นกับแสง ซึ่งเมื่อมีแสงใดมากระทบกับหน้าปัด จะดูเหมือนมีลำแสงจากดวงอาทิตย์แผ่ออกมาจากจุดศูนย์กลางดั่งชื่อ “Sunburst” 4910/1200A-001 มีหน้าปัดสีน้ำเงิน Blue sunburst และ 4910/1200A-010 เป็นสี Grey sunburst ซึ่งต่างจากรุ่นก่อนที่ส่วนมากจะเป็นเพียงสีพื้นธรรมดาอย่างสีดำและขาว ถึงแม้หน้าปัดสีเทาใน “Eternal Gray” Ref.4910/10A-010 ที่เป็นรุ่นดั้งเดิมจะมีการเล่นแสงคล้าย Sunburst แต่สีเทาในเวอร์ชั่น 2020 อย่าง “Grey sunburst” Ref.4910/1200A-010 จะมีลูกเล่นเพิ่มขึ้น นอกจากหน้าปัดจะเล่นกับแสงที่มากระทบแล้ว หน้าปัด Grey sunburst ยังมีการไล่เฉดสีเข้มขึ้นจากเทาไปเป็นสีดำที่ขอบของหน้าปัด


หลักชั่วโมง ตรงตำแหน่ง 6 และ 12 นาฬิกาที่เคยเป็นเลขโรมันเปลี่ยนมาใช้เลขอารบิกที่ดูทันสมัยแทน ส่วนหลักชั่วโมงที่เหลือไม่ใช้เพชรประดับแบบรุ่นก่อน แต่แทนที่ด้วยหลักขีด และยังมีเข็มทรงแท่งแบบ Baton ซึ่งทั้งหมดนี้ทำขึ้นจากทองคำขาว 18k และถูกเคลือบเรืองแสงเพื่อการมองเห็นที่สะดวกขึ้นในที่แสงน้อย ต่างกับหลักโรมันของ Original Twenty-4 ที่เป็นเพียงทองคำขาว ไม่ได้ถูกเคลือบเรืองแสง


ปลายเม็ดมะยมของ Twenty-4 รุ่นปี 2020 ไม่มี Onyx Black อีกต่อไป แต่ถูกแทนที่ด้วยการตกแต่งด้วยลาย Calatrava Cross แทน ซึ่งการนำหินนิลออกไปทำให้ผู้สวมใส่สามารถหมุนเม็ดมะยมปรับเวลาได้สะดวกมากขึ้น ส่วนเพชรที่ใช้แต่งกรอบตัวเรือนมีจำนวน 36 เม็ดเท่ากับรุ่นเดิม รวมถึงตัวเครื่องภายในก็ยังคงใช้เป็น Caliber E15 เช่นเดียวกัน


Patek Twenty-4 Collection Timeline 1999-2020

--------------


เราเข้าใจ Patek ว่าชื่อรุ่นเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด การสืบทอดทายาทรุ่นใหม่ ๆ จะเริ่มต้นได้ไม่ยากนักหากชื่อรุ่นติดตลาดแล้ว เช่นแค่บอกว่า Nautilus หรือ Aquanaut ออกรุุ่นใหม่ ไม่ว่าจะหน้าตาอย่างไร ก็จะกลายเป็นของ "ต้องมี" ในตลาดทันที แต่สิ่งนี้กลับทำได้ยากใน Twenty-4 เพราะขนาดตัวเรือนที่เล็กเกินกว่าจะปรับอะไรได้ และยากที่จะรักษาเอกลักษณ์ไว้ได้ถ้าจะหนีจากเครื่อง Quartz


จริงอยู่การทดลองตลาดลักษณะนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้งในวงการนาฬิกาสวิส

อย่างไรก็ตาม คุณจะไม่มีวันได้เห็น Audemars Piguet Code 11.59 มาใช้ชื่อ Royal Oak II อย่างแน่นอน


ถ้า Patek ต้องการท้าทายตลาดอีกครั้ง การปลุกรุ่นที่เคยผลิตไปแล้ว อย่างเช่น Patek Naptune ซึ่งเคยเป็นรุ่นคั่นกลางระหว่าง Nautilus กับ Aquanaut แต่เป็น Patek ที่มีเอกลักษณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การประกอบสายที่ไม่เหมือนใคร แถมเป็นเรือนกลมที่อาจจะต่อยอด ให้ฝันของคุณ Sandrine สุภาพสตรีหมายเลข 1 ของ Patek เป็นจริงขึ้นมาได้ก็เป็นได้

Patek Philippe Neptune Ref. 5080/1

อ้างอิงจาก :


Featured Posts
Recent Posts