top of page

ไขปริศนา Rolex ของ ฌอน คอนเนอรี่ตำนานแห่งภาพยนตร์ James Bond 007


ฌอน คอนเนอรี่ในภาพยนตร์ James Bond Goldfinger

"The name is Bond, James Bond.” คำพูดแนะนำตัวของสายลับอมตะ ที่เกิดจากการคิดสดของ ฌอน คอนเนอรี่ (Sean Connery) ซึ่งหลังจากนั้นก็กลายเป็นว่าแทบจะทุกภาคต้องแนะนำตัวด้วยประโยคนี้ ฌอน คือภาพจำของสายลับ James Bond ที่ดีที่สุดคนหนึ่งเพราะเขาคือ Bond คนแรกและรับบทบาทนี้ยาวนานถึง 7 ภาคด้วยกัน แต่ในเช้าวันที่ 31 ตุลาคมที่ผ่านมา เขาจากไปอย่างสงบในวัย 90 ปี ที่บ้านในเมืองแนสซอ บาฮามาส


แม้ฌอนได้จากไปแล้ว แต่ผลงานของเขายังคงทรงอิทธิพลต่อโลกไม่เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะนาฬิกาที่เขาสวมใส่ในภาพยนตร์ James Bond 007 ซึ่งยังคงมีเรื่องราวปริศนาที่ว่าแท้จริงแล้ว Rolex ในนิยายและภาพยนตร์ตรงกันหรือไม่ แล้วเหตุใดจึงเป็นไปเช่นนั้น บทความนี้จึงได้รวบรวมข้อมูลเพื่อให้ผู้อ่านได้สวมวิญญาณสายลับ 007 กลับไปค้นหาต้นตอของสมมติฐานดังกล่าว


ฌอน คอนเนอรี่—นักแสดงหน้าใหม่ที่ไม่ถูกใจเอียน เฟลมมิ่ง


ฌอน คอนเนอรี่ในบทบาทของ James Bond ภาค Dr. No

ฌอน คอนเนอรี่ มีชื่อเต็มว่า โธมัส ฌอน คอนเนอรี่ เกิดเมื่อปี 1930 เมืองเอดินบะระ ประเทศสก็อตแลนด์ ซึ่งในเวลานั้นยังเป็นแคว้นหนึ่งของอังกฤษอยู่ เขาเติบโตมาในครอบครัวที่ค่อนข้างยากจน ทำให้ชีวิตก่อนเข้าวงการไม่ได้ราบรื่นนัก เมื่อเขาอายุ 16 ปี เขาได้สมัครเข้าเป็นทหารเรือ แต่สุดท้ายด้วยปัญหาสุขภาพ เขาถูกปลดออกจากกองทัพเมื่อตอนอายุ 19 ปี

อย่างไรก็ตาม ด้วยรูปร่างที่สูงใหญ่ถึง 188 ซม. ทำให้เขาก้าวเข้าสู่วงการเริ่มจากการเพาะกายและรับงานแสดงละครเวที ได้รับบทเป็นตัวประกอบในภาพยนตร์ จนท้ายที่สุดโอกาสในการสร้างชื่อของเขาก็มาถึงในปี 1962 ภาพยนตร์จากนิยายสายลับ James Bond ผลงานของเอียน เฟลมมิ่ง (Ian Fleming) ผู้ซึ่งมีส่วนในการคัดเลือกนักแสดงที่จะมารับบทสายลับนี้ด้วย

ในตอนแรก สำหรับเฟลมมิ่งแล้ว บุคลิกของฌอนไม่เหมาะกับบท James Bond ที่เป็นสายลับแต่งตัวดีมีระดับ แต่เมื่อได้เห็นการแสดงของฌอน ในฉากขณะเดินเข้ามาและหยิบบุหรี่ที่วางอยู่บนโต๊ะคาบใส่ปากแล้วพูดประโยคอมตะว่า "Bond, James Bond" เฟลมมิ่ง เปลี่ยนความคิดทันทีและ ฌอนก็ได้รับบทนี้ไปอย่างไม่มีข้อกังขา


Rolex ในหนังสือ กับ ภาพยนตร์ ??


Timeline หนังสือและภาพยนตร์ James Bond และรุ่นนาฬิกาที่ปรากฎ

James Bond คือนิยายทีเฟลมมิ่งเขียนขึ้นโดยใช้ประสบการณ์ส่วนตัวในช่วงสงคราม ประกอบกับจินตนาการของเขาเอง มีทั้งหมด 14 เล่ม โดยเล่มแรกที่ออกมาคือ “Casino Royale” ในปี 1953 ซึ่งตรงกับปีที่ทาง Rolex เปิดตัวนาฬิกาถึง 2 รุ่นด้วยกันคือ Submariner และ Explorer อย่างไรก็ตาม ในนิยายเล่มนี้ก็ไม่ได้ปรากฎชื่อของแบรนด์นาฬิกาใด ๆ จนกระทั่งเล่มที่ 2 “Live and Let Die” ซึ่งตีพิมพ์ในปีถัดมา หรือ ปี 1954 ชื่อของแบรนด์ Rolex ก็ได้ถูกกล่าวถึงเป็นครั้งแรก โดยหนังสือได้บรรยายว่า “He looked at the Rolex watch on his wrist. It was three minutes past eleven o’clock”


เฟลมมิ่งระบุชื่อนาฬิกา Rolex ในนิยายเล่มที่ 2 “Live and Let Die” ปี 1954

ในทางกลับกัน Dr. No ซึ่งเป็นนิยายเล่มที่ 6 ของเฟลมมิ่ง แต่ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ครั้งแรกและเข้าฉายในปี 1962 เมื่อไม่มีการระบุรุ่นของ Rolex ในหนังสือตอน Dr.No อย่างชัดเจน ทีมงานผู้สร้าง James Bond จึงเลือก Rolex Submariner เพราะอย่างน้อยก็ใช้แบรนด์เดียวกันกับที่เคยเขียนไว้ในหนังสือ

ในปีถัดมา เฟลมมิ่งได้ตีพิมพ์นิยายเล่มใหม่ “On Her Majesty's Secret Service” โดยมีการเพิ่มรายละเอียด Rolex ในฉากที่สายลับคนเก่งต่อสู้กับฝ่ายตรงข้ามว่าเป็น “Heavy Rolex Oyster Perpetual on an expanding bracelet” ซึ่งเขาได้ใช้เป็นสนับมือ การระบุว่าเป็น Oyster Perpetual ทำให้เกิดการถกเถียงในหมู่แฟนคลับที่เคยเชื่อว่านาฬิกาที่ Bond ใช้ต้องเป็น Explorer Ref.1016 รุ่นเดียวกับที่เฟลมมิ่งใส่เพราะเป็นไปได้สูงที่ผู้เขียนจะอิงจากนาฬิกาที่เขาใส่อยู่เป็นประจำ


ระบุรุ่น Rolex ในนิยายเล่มที่ 11 “On Her Majesty's Secret Service” ปี 1963

เอียน เฟลมมิ่งและฌอน คอนเนอรี่ขณะถ่ายทำ Dr. No และ Rolex Explorer Ref.1016 บนข้อมือของเฟลมมิ่ง

จะเห็นได้ว่า การเลือกใส่ Submariner ในภาพยนตร์เกิดขึ้นก่อนการระบุรุ่น Oyster Perpetual ในหนังสือ และเฟลมมิ่งน่าจะรู้ดีว่ามันคือรุ่นอะไร แต่เหตุผลที่เฟลมมิ่งไม่เลือกที่จะเขียนชื่อ Submariner ลงไป ทางเราสันนิษฐานว่า หากทำเช่นนั้นอาจจะดูเป็นโฆษณาแฝงมากเกินไป นอกจากนี้ การเขียนว่าเป็น Oyster Perpetual ก็ไม่ได้ทำให้ Submariner ที่ฌอนใส่ผิดไปจากเนื้อหานิยายนัก เพราะคำว่า Rolex / Oyster Perpetual ก็ปรากฏอยู่บนหน้าปัดของ Ref.6538 ที่ใช้ในการถ่ายทำ หรือแม้แต่ Explorer Ref.1016 ที่เฟลมมิ่งใส่ประจำก็มีคำนี้อยู่เช่นกัน


หน้าปัดของ Rolex Submariner Ref.6538 และ Explorer Ref.1016 มีคำว่า Rolex / Oyster Perpetual ชัดเจน

หลักฐานอีกอย่างหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่า เฟลมมิ่งไม่ได้ต้องการเจาะจงรุ่นของ Rolex คือการไปกองถ่ายในช่วงถ่ายทำภาพยนตร์ทั้ง 3 ภาคแรก ได้แก่ Dr. No (1962), From Russia With Love (1963), และ Goldfinger (1964) แน่นอนว่าเขาต้องเห็น Submariner บนข้อมือของฌอน แต่เขาก็ไม่ได้บอกให้มีการปรับเปลี่ยน นั่นแปลว่า หากเขามีรุ่นนาฬิกาในใจอยู่แล้วว่าต้องเป็น Rolex รุ่นใดรุ่นหนึ่งหรือเป็น Explorer Ref.1016 คู่ใจของเขา คงมีการกำหนดตั้งแต่ภาคแรกที่ถ่ายทำ แต่จากภาพที่เราเห็น Submariner ยังคงอยู่บนข้อมือของฌอนในบทบาท James Bond และสร้างชื่อเสียงให้กับนาฬิการุ่นนี้จนถึงปัจจุบัน

นาฬิกาที่ ฌอน คอนเนอรี่ใส่ในภาพยนตร์ James Bond

เมื่อข้อสงสัยเรื่อง Rolex ในบทประพันธ์และภาพยนตร์เป็นที่กระจ่างแล้ว นาฬิกาที่ฌอนเลือกใส่ในตอนเล่นเป็น James Bond แต่ละภาคก็ล้วนมีความสำคัญไม่แพ้กัน เพราะการมาในแต่ละครั้งล้วนสร้างกระแสนิยมและแฟชั่นแนวใหม่เสมอ

ฌอน คอนเนอรี่ใน James Bond Dr. No สวม Rolex Submariner Ref.6538 สายหนัง

เริ่มต้นด้วยภาคแรก Dr. No เข้าฉายในปี 1962 เขาสวม Submariner Ref.6538 Big Crown ซึ่งว่ากันว่าไม่น่าจะเป็นของเขาเนื่องจากขนาดข้อมือของฌอนน่าจะใหญ่เมื่อเทียบกับความสูงเขา จนไม่สามารถใส่สายสเตนเลสแบบมาตรฐานได้ ทีมงานจึงได้หาสายหนังเข็มขัดมาเปลี่ยนเพื่อให้เขาใส่ได้ นับว่าเป็นการเลือกรุ่นนาฬิกาได้เหมาะสมกับบทบาท เพราะในฐานะสายลับ เขามีฉากที่เข้าต้องลุยสมบุกสมบัน รวมไปถึงฉากซ่อนตัวใต้น้ำซึ่งโชว์ศักยภาพของ Submariner ซึ่งมีจุดขายเรื่องการดำน้ำได้เป็นอย่างดี

ฌอน คอนเนอรี่ใน James Bond From Russia, with Love สวม Rolex Submariner Ref.6538 สายหนัง

ภาค 2 คือ From Russia, with Love เข้าฉายในปีถัดมา ฌอนยังคงสวม Submariner Ref.6538 รุ่นเดิมพร้อมกับสายหนังและมีฉาก close-up นาฬิกาให้เห็นกันเต็ม ๆ ต่อมาในปี 1964 ภาคที่ 3 Goldfinger ก็เข้าฉายและยังคงเป็น Submariner รุ่นเดิมแต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือสายนาฬิกาในภาคนี้จึงเป็นสายไนล่อนสีดำสลับเขียว (ที่หลายคนอาจเรียกว่าสายชนิดนี้ว่าสาย NATO แต่จริง ๆ แล้วในเวลานั้นสาย NATO ยังไม่ถือกำเนิดขึ้น) แถมขนาดเล็กไม่พอดีกับขาอย่างสิ้นเชิง การเปลี่ยนสายนาฬิกาของ ฌอน ทำให้เชื่อได้ว่า นาฬิกาเรือนนี้เป็นอุปกรณ์ที่หยิบยืมมาจากทีมงานที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ Dr.No ต่อเนื่องมาจนถีงภาคนี้


Rolex Submariner Ref.6538 สายไนลอน บนข้อมือของฌอม ภาค Goldfinger

Thunderball คือภาคต่อมา โดยนาฬิกาที่ฌอนใส่มี 2 แบรนด์ด้วยกัน เรือนแรกก็ไม่ใช่ใครอื่นไกล ยังคงเป็น Submariner Ref.6538 ส่วนอีกเรือนคือ Breitling Top Time Ref.2002 ตัวเรือนเป็นสแตนเลสสตีล ซึ่งในเรื่องได้รับการดัดแปลงให้เป็นเครื่อง Geiger counter (ไกเกอร์ เคาน์เตอร์) หรือเครื่องตรวจวัดระดับกัมมันตภาพรังสี จึงทำให้หน้าตาแปลกไปจาก Breitling Top Time ที่วางจำหน่ายทั่วไป


Breitling Top Time Ref.2002 ซึ่งผ่านการดัดแปลงมาแล้วใน Thunderball และแบบทั่วไป

You Only Live Twice คือ ภาคที่ 5 หลังจากเว้นวางไปหนึ่งปีก่อนกลับมาโลดแล่นบนจอในปี 1967 ครั้งนี้ Rolex ไม่ย้อนกลับคืนมาด้วย และฌอนเลือกสวม Gruen Precision 510 ซึ่งว่ากันว่าน่าจะเป็นนาฬิกาส่วนตัวของเขาเอง ภาคถัดมามีการเปลี่ยนตัวนักแสดงบท James Bond เป็น จอร์จ เลเซนบี (George Lazenby) แต่ฌอนก็หวนคืนสู่บทบาทเดิมในภาคถัดไป อย่าง Diamonds Are Forever ซึ่งเข้าฉายในปี 1971 นาฬิกาในภาคนี้ค่อนข้างมองยากว่าเป็นรุ่นใด แต่หลายคนเชื่อว่าเป็น Gruen Precision 510 รุ่นเดียวกับภาคที่ 5


Gruen Precision 510 ปรากฎใน You Only Live Twice

และภาคสุดท้ายที่ ฌอนรับบทเป็นสายลับ James Bond คือ Never Say Never Again เข้าฉายในปี 1983 แต่ภาพยนตร์เรื่องนี้ถือว่าเป็น James Bond นอกคอกเพราะ Eon Productions ซึ่งเป็นผู้ผลิตภาพยนตร์นี้มาตั้งแต่เริ่มไม่ได้ดำเนินการผลิต นอกจากนี้ ยังคงน่าเสียดายที่การกลับมาของฌอนในครั้งนี้ ไม่ปรากฏนาฬิกาเรือนไหนที่พอจะระบุรุ่นหรือแบรนด์ที่เขาใส่ได้เลย

---------

นี่คือเรื่องราวของ ฌอน คอนเนอรี่และนาฬิกาที่เขาสวมขณะเล่นภาพยนตร์สายลับ James Bond 007 ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่า ฌอนสร้างชื่อเสียงให้กับภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วยฝีมือการแสดงที่สมบทบาทจน เฟลมมิ่งได้เขียนประวัติตัวละครนี้เพิ่มในภายหลังให้มีเชื้อสายสก็อตเพื่ออุทิศให้กับ ฌอน ในเล่ม The Man With the Golden Gun กับประโยคที่ว่า “I am a Scottish peasant and I will always feel at home being a Scottish peasant.” รวมถึงสิ่งของที่เขาเลือกใช้อย่าง Rolex Submariner ที่ได้รับความนิยมมาจนถึงปัจจุบัน

ฌอน คอนเนอรี่คือตำนานที่แม้ว่าจะได้จากไปแล้ว แต่ผลงานและอิทธิพลของสิ่งต่าง ๆ ที่เขาจะยังคงอยู่เสมอและตลอดไป

อ้างอิง

https://www.rolexmagazine.com/2008/11/list-of-all-watches-worn-in-james-bond.html

https://www.watchtime.com/featured/watches-james-bond/

https://www.jamesbondlifestyle.com/product/breitling-top-time#:~:text=James%20Bond%20(ฌอน%20Connery)%20wears,tachymeter%20ring%20around%20the%20dial.

https://www.horobox.com/en/news-detail/fbv2ndf99dnfdc6g#images-3

https://www.gq-magazine.co.uk/article/james-bond-rolex-submariner-explorer

https://manofmany.com/fashion/watches/a-complete-list-of-all-the-james-bond-watches

https://www.gearpatrol.com/watches/a68536/james-bond-watch-guide/#:~:text=The%20Mystery%20of%20the%20Original,On%20Her%20Majesty's%20Secret%20Service

Comments


Featured Posts